alexametrics

SBOBET

  บริการมืออาชีพ ฝากถอนเร็ว จ่ายจริง 100% รองรับ

  บริการมืออาชีพ ฝากถอนเร็ว จ่ายจริง 100% รองรับ

สมาชิกใหม่ ฟรีเครดิตสูงสุด 4,000 บาท

รู้จักประวัติฟุตบอลโลกแต่อดีตถึงปัจจุบัน

จำนวนผู้เข้าชม : 4400

รู้จักประวัติฟุตบอลโลกแต่อดีตถึงปัจจุบัน

ประวัติฟุตบอลโลกนับแต่อดีตถึงปัจจุบัน

สำหรับฟุตบอลโลก หรือฟุตบอลฟีฟ่า (FIFA World Cup) เป็นการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศ โดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า (F.I.F.A.)  ได้กำหนดให้จัดขึ้นทุกๆ4 ปี โดยจะมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันประกอบด้วย 32 ทีม เพื่อเข้าร่วมแข่งขันในสถานที่จัดงานของประเทศเจ้าภาพ ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2006 จัดขึ้นประเทศเยอรมณี ถือเป็นการแข่งขันกีฬาที่มีผู้ชมราว 715.1 ล้านคน นับว่ามากที่สุดในโลก

 

จุดเริ่มต้นของฟุตบอลโลก

การแข่งขันฟุตบอลโลกได้เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1902โดยมีชาวฝรั่งเศสคือ จูลส์ ริเมท์ (Jules Rimet) เป็นคนริเริ่มได้เสนอในที่ประชุมของประเทศสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติจนล่วงเลยมาถึงปี ค.ศ. 1930 ได้จัดการแข่งขันครั้งแรกโดยมี 13 ชาติ ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งประเทศอุรุกวัยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน คว้าถ้วยจูลส์ ริเมท์ ชนะเลิศไปครอง  และชื่อถ้วยรางวัลชนะเลิศเป็นการให้เกียรติแด่ “จูลส์ ริเมท์”

 

ต่อมาเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ต้องหยุดชะงักไป 12 ปี และมาเริ่มแข่งขันครั้งที่ 4 ในปี ค.ศ. 1950 มีประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ  จากนั้นในปี 1970  ถ้วยรางวัลชนะเลิศจูลส์ริเมท์ ได้ถูกขโมยไป ทางฟีฟ่าจึงทำถ้วยรางวัลชนะเลิศใหม่ ใช้ชื่อว่า “ถ้วยฟีฟ่า” ทำด้วยทองคำที่ใช้จนมาถึงปัจจุบัน

 

ในปี ค.ศ.1982 ฟีฟ่าได้ปรับเปลี่ยนจำนวนทีมเข้าแข่งขันจากเดิม 16 ทีมเป็น 24 ทีม และในปี 1998ได้ขยายทีมเข้าแข่งขันเป็น 32 ทีม ประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพพร้อมกับจำนวนทีมที่ฟีฟ่ากำหนดให้ผ่านเข้ามาถึงรอกำหนดให้ผ่านเข้ามาถึงรอบสุดท้ายมากขึ้นเป็น 32 ทีมและในฟุตบอลโลก 2002 ในรอบคัดเลือก มีทีมเข้าร่วมคัดเลือกกว่า 200 ทีม และในฟุตบอลโลก 2006 มีทีมที่พยายามเข้าคัดเลือก 198  ทีม ขณะเมื่อปี 2010  มีประเทศเข้าร่วมรอบคัดเลือก 204 ทีม ซึ่งถือเป็นปีสถิติเป็นปีที่มีประเทศเข้าร่วมฟุตบอลโลกมากที่สุด

 

ทั้งนี้ปัจจัยในกระบวนการเลือกเจ้าภาพในการแข่งขันฟุตบอลโลกนั้นจะพิจารณาจากจำนวนสนามกีฬาที่เหมาะสม และตำแหน่งที่ตั้งตลอดประเทศของผู้เสนอตัวคัดเลือก การลงคะแนนเสียงกระทำหลายรอบโดยประเทศที่ได้รับคะแนนเสียงน้อยที่สุดในแต่ละรอบจะถูกคัดออกจนกระทั่งเหลือประเทศผู้เสนอตัวเพียงประเทศเดียวที่มีคะแนนเสียงข้างมาก

ในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกล้วนเป็นที่ต้องการของหลากหลายประเทศที่เป็นสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติต่างเสนอชื่อเข้าคัดเลือกมากมาย ก็เพราะว่าการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันมีผลดีทางด้วยเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ เพราะเชื่อว่าแฟนบอลหลายประเทศต่างหลั่งไหลเข้าชม เพื่อไปส่งกำลังใจกองเชียร์ติดชิดขอบรั้วสนาม ซึ่งนั่นก็นำไปสู่รายได้มหาศาลเข้าประเทศเจ้าภาพการแข่งขันอีกเรื่องที่น่าสนใจนั่นก็คือ ประเทศเจ้าภาพการแข่งขันจะเข้ารอบคัดเลือกสุดท้ายเสมอ เจ้าภาพฟุตบอลบอลโลก 1930– 2014

 

นับตั้งแต่ฟุตบอลโลกถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1930 จนกระทั่งปัจจุบัน มีการจัดการแข่งขันมาแล้วทั้งหมด 20 ครั้ง กับ 21 ประเทศที่เป็นเจ้าภาพ ดังนี้

 

อุรุกวัยค.ศ. 1930

สำหรับการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรก มีทีมฟุตบอลที่เข้าร่วมแข่งทั้งหมด 13 ทีมด้วยกัน โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 กลุ่ม โดยคู่ชิงชนะเลิศในปีนั้นคือประเทศอุรุกวัย ซึ่งเป็นเจ้าภาพ กับประเทศอาร์เจนติน่า โดยประเทศที่เป็นเจ้าลูกหนังโลกสมัยแรกก็คืออุรุกวัยนั่นเอง

 

อิตาลี ค.ศ. 1934

การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นที่ประเทศอิตาลี โดยครั้งนี้อุรุกวัย แชมป์เก่ากลับไม่ได้เข้าร่วมป้องกันแชมป์แต่อย่างใด โดยคราวนี้มีทีมที่เข้าร่วมเพิ่มมาอีก 3 ทีม กลายเป็นทั้งหมด 16 ทีม และคู่ชิงแชมป์ก็ได้แก่อิตาลีผู้เป็นเจ้าภาพกับเชโกสโลวาเกีย และก็เป็นไปตามคาดที่สุดท้ายเจ้าภาพก็สามารถซิวแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

 

ฝรั่งเศส ค.ศ. 1938

ฟุตบอลโลกครั้งที่ 3 ซึ่งประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ ครั้งนี้มี 16 ทีมเข้าร่วมแข่งขัน แล้วก็เป็นประเทศอิตาลีที่สามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ จากการชิงชัยกับประเทศฮังการี

 

บราซิล ค.ศ. 1950

ฟุตบอลโลกครั้งที่ 4 จัดขึ้นหลังจากจบฟุตบอลโลกครั้งที่ 3 ไปนานถึง 12 ปี เพราะเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยครั้งนี้มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 15 ทีม โดยมีไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การชิงชัยระหว่างบราซิลกับอุรุกวัย ซึ่งบราซิลมีโอกาสที่จะคว้าแชมป์สูงมาก แต่สุดท้ายกลับเป็นอุรุกวัยที่สามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ไปครองได้

 

สวิตเซอร์แลนด์ ค.ศ. 1954

ฟุตบอลโลกครั้งที่ 5 คู่ชิงแชมป์เป็นการพบกันระหว่างเยอรมนีตะวันตก และฮังการี ซึ่งตอนนั้นมีดีกรีเหรียญทองโอลิมปิกปี 1952 การันตีความแข็งแกร่งที่ทีมไหนๆ ก็ยากจะทัดทาน แต่กลับกลายเป็นว่า เยอรมนีตะวันตกสามารถสร้างปาฏิหารย์ด้วยการคว้าแชมโลกสมัยแรกได้สำเร็จ ทั้งๆ ที่ในรอบแรกนั้นฮังการีกำชัยชนะเหนือเยอรมนีตะวันตกไปอย่างถล่มทลายด้วยผลสกอร์ 8-3

 

สวีเดน ค.ศ. 1958

ฟุตบอลโลกครั้งที่ 6 คือเวทีที่แจ้งเกิดตำนานลูกหนังอย่างเปเล่นั่นเอง โดยคราวนี้บราซิลสามารถคว้าแชมป์โลกได้เป็นผลสำเร็จ ด้วยการเอาชนะเจ้าภาพสวีเดน 5-2

 

ชิลี ค.ศ. 1962

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ ประเทศบราซิลก็กลายเป็นอีกหนึ่งชาติที่สามารถป้องกันแชมป์โลกได้สำเร็จ หลังจากที่อิตาลีเคยทำสำเร็จมาแล้วในปี 1934 และ 1938 โดยเป็นการชิงชนะเลิศระหว่างบราซิลกับเชโกสโลวาเกีย

 

อังกฤษ ค.ศ. 1966

นี่คือฟุตบอลครั้งที่ 8 ซึ่งประเทศอังกฤษเป็นเจ้าภาพและคว้าแชมป์โลกครั้งแรกได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะเยอรมนีตะวันตกไป 3-2 ท่ามกลางการถกเถียงกันอย่างยาวนาน กับประตูที่เซอร์ เจฟฟ์ เฮิร์ต ได้ยิงชนคานก่อนเด้งลงบนเส้นประตูในช่วงต่อเวลาพิเศษ

 

เม็กซิโก ค.ศ. 1970

สำหรับฟุตบอลโลกครั้งนี้มีความพิเศษอยู่ที่ฟีฟ่าได้ยื่นเงื่อนไขว่า หากชาติใดที่สามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ได้สำเร็จ ก็จะได้กรรมสิทธิ์ถ้วยจูลส์ริเมท์ไปครอง และแน่นอนว่าสุดท้ายทีมที่สามารถคว้าแชมป์โลกได้เป็นสมัยที่ 3 ก็คือบราซิล ที่สามารถโค่นอิตาลีไปได้ 4-1

 

เยอรมนีตะวันตก ค.ศ. 1974

ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ได้มีการเปลี่ยนไปใช้ถ้วยแชมป์ถ้วยใหม่ นั่นก็คือ ถ้วยฟีฟ่าเวิลด์ คัพ โดยทีมที่สามารถเข้าไปชิงรอบชนะเลิศก็ได้แก่ เยอรมนีตะวันตกกับเนเธอร์แลนด์ แล้วก็เป็นเยอรมนีตะวันตกที่คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ไปครองได้สำเร็จ

 

อาร์เจนติน่า ค.ศ. 1978

ฟุตบอลครั้งนี้นอกจากอาร์เจนติน่าจะเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันแล้ว ยังเป็นทีมที่สามารถคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะเนเธอแลนด์ 3-1 ทำให้เนเธอร์แลนด์ต้องพลาดโอกาสในการคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน

 

สเปน ค.ศ. 1982

ฟุตบอลโลกปี 82 ที่สเปนมีชาติที่เข้ารอบสุดท้ายในการลงชิงชัย 24 ประเทศ และสิ่งที่น่ายินดีคือการเพิ่มโควต้าให้มีตัวแทนจากเอเชียและแอฟริกาเข้าร่วมด้วย ท่ามกลางสังเวียนระดับตำนานของเรอัล มาดริดอย่าง เบร์นาบิว และคัมป์นูของบาร์เซโลนา

ในปีนั้น มี 5 ทีมที่เพิ่งเข้ามาร่วมลุยฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก – อัลจีเรีย, แคเมอรูน, ฮอนดูรัส, คูเวตและนิวซีแลนด์ ขณะที่ฮอลแลนด์กลับพลาดในรอบคัดเลือกเมื่อพวกเขาพ่ายให้กับฝรั่งเศส  โดยครั้งนี้ทีมที่เข้าชิงชนะเลิศก็คืออิตาลีและเยอรมนีตะวันตก ซึ่งสุดท้ายแล้วอิตาลีก็สามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ได้สำเร็จด้วยผลสกอร์ 3-1

 

เม็กซิโก ค.ศ. 1986

สำหรับฟุตบอลโลกครั้งนี้ ตอนแรกเป็นโคลอมเบียที่ต้องเป็นเจ้าภาพ แต่ได้ถอนตัวออกไป จึงเป็นเม็กซิโกที่กลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง และฟุตบอลครั้งนี้ก็เป็นที่มาของเหตุการณ์หัตถ์พระเจ้าของดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานลูกหนังของอาร์เจนติน่า ส่วนนัดชิงชนะเลิศนั้นเป็นการพบกันระหว่างอาร์เจนติน่ากับเยอรมนีตะวันตก และเป็นอาร์เจนติน่าที่สามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ไปครองได้สำเร็จ

 

อิตาลี ค.ศ. 1990

ฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นการชิงแชมป์โลกระหว่างเยอรมนีตะวันตกกับอาร์เจนติน่า โดยเยอรมนีตะวันตกสามารถล้างแค้นอาร์เจนติน่าได้สำเร็จ จากการที่อันเดรีย เบรเม่ห์ ยิงจุดโทษในนาทีที่ 85 และสามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ไปครองได้สำเร็จ

 

สหรัฐอเมริกาค.ศ. 1994
ถือเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันมากมาย ทั้งการที่บรรดาแชมป์เก่าหลายๆ ทีมไม่ผ่านรอบคัดเลือก และการลอบสังหารกองหลังโคลอมเบียหลังสกัดบอลเข้าประตูตัวเอง จนทำให้ตกรอบแรก แต่สุดท้ายแล้วทีมทะลุถึงนัดชิงชนะเลิศได้ก็คือทีมอิตาลีและบราซิล และบราซิลก็สามารถคว้าแชมป์โลกได้ในสมัย 4 จากการที่โรแบร์โต บัจโจ้ กองหน้าอิตาลียิงจุดโทษพลาดไป

 

ฝรั่งเศส ค.ศ. 1998

นี่คือฟุตบอลโลกครั้งแรกที่มีทีมเข้าร่วมในรอบแรกมากมายถึง 32 ทีม และเป็นเจ้าภาพฝรั่งเศสที่สามารถโค่นแชมป์เก่าอย่างบราซิลไปได้ 3-0 ในรอบชิงชนะเลิศ

 

เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ค.ศ. 2002

ถือเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วม แถมยังจัดขึ้นในทวีปเอเชียอีกต่างหาก โดยครั้งนี้เจ้าภาพเกาหลีใต้สามารถทะลุไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ จากการผ่านทีมระดับยักษ์ไปหลายทีม แม้จะด้วยความกังขาของหลายๆ คนก็ตาม และสุดท้ายทีมที่เข้าไปชิงแชมป์ก็คือบราซิลและเยอรมนี โดยบราซิลสามารถคว้าแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 5 จากการเอาชนะเยอรมนีด้วยสกอร์ 2-0

 

เยอรมนี ค.ศ. 2006
สำหรับฟุตบอลโลกครั้งนี้แทบจะไม่มีเรื่องให้เซอร์ไพรส์หรือพลิกโผเลย โดยนัดชิงชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่างอิตาลีและฝรั่งเศส ซึ่งครั้งนี้เป็นการลงเล่นนัดสุดท้ายของซีเนดีน ซีดานจอมทัพฝรั่งเศสก่อนจะเกิดเหตุการณ์ช็อกโลกขึ้น เมื่อซีดานใช้หัวโขกใส่หน้าอกมาร์โก มาเตราซซี่ จนทำให้ถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม และสุดท้ายกลายเป็นอิตาลีที่ได้แชมป์จากการดวลจุดโทษชนะที่ 5-3

 

แอฟริกาใต้ ค.ศ. 2010

นี่คือฟุตบอลโลกครั้งแรกบนแผ่นดินกาฬทวีป ที่สเปนสามารถโค่นเนเธอร์แลนด์ได้สำเร็จ และคว้าแชมป์โลกสมัยแรกไปครองด้วยสกอร์1-0

 

บราซิลค.ศ. 2014
บราซิลกลับมาเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกอีกครั้งในรอบหลายสิบปี โดยในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่างเยอรมนีและอาร์เจนตินา ซึ่งสุดท้ายแล้วเยอรมนีก็สามารถครองแชมป์ได้อีกครั้งจากผลสกอร์ 1-0

 

สำหรับปี 2018 ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่จะถึงนี้ ประเทศรัสเซียได้ถูกคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลก มาดูกันสิว่าพวกเขาจะสามารถคว้าแชมป์มาครองได้เหมือนกับที่หลายๆ ประเทศเจ้าภาพสามารถทำได้หรือไม่